มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

ชอย กง ฮู

สนาม: องค์กร Yahoo

บทนำ:งานนี้จึงต้องกลับมาพลิกดูเนื้อหากันอีกรอบ โดยไม่เกรงใจใครทั้งนั้น ทำให้มันตรงกับที่กฎหมายสูงสุดกำหนดไว้ ที่สำคัญคณะกรรมการชุดตนนั้น ไม่ค่อยมีตำรวจ แต่ชุดของ พลอบุญสร้าง ตำรวจเพียบ ...

france kgm

สนาม: ไชน่าเดลี่

บทนำ: ข่าวดีรับวันสงกรานต์ มีชัย ฤชุพันธุ์ บอกว่า ชุดปฏิรูปตำรวจที่ผ่านมายังมีความเกรงใจตำรวจอยู่ จึงจะต้องปรับแก้ไขใหม่ และมั่นใจว่า คณะกรรมการชุดผมจะพิจารณาจากแก่นปัญหาอย่างแท้จริง โดยไม่เกรงใจใครและจะยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญในการปฏิรูป ๒ เรื่อง คือ การศึกษาและตำรวจ ย้อนกลับไปนิด หลังจากคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ที่มี พลอบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานส่งแผนปฏิรูปตำรวจให้รัฐบาล ดูเหมือนงานบางอย่างเรียกว่าปฏิรูปไม่ได้ เพราะยังเกาไม่ถูกที่คัน ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติตั้ง คณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) ตำรวจแห่งชาติ มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ก็ถึงเวลายกร่างกฎหมาย ให้การปฏิรูปตำรวจเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา และ มีชัย ฤชุพันธุ์ พูดเอาไว้ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องยึดแผนปฏิรูปของกรรมการชุดแรก ที่บอกว่าเป็นข่าวดีคือ แผนปฏิรูปของ พลอบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ กว่าจะคลอดได้ ปัญหาเยอะ โดยเฉพาะเรื่องแนวคิด กรรมการปฏิรูปตำรวจมีทั้งหมด ๒๒ คน เป็นตำรวจเสีย ๑๕ คน ข่าวคราวที่ออกมาจากกรรมการชุดนี้ จึงเทน้ำหนักไปเรื่อง การเพิ่มเงินเดือน ผลตอบแทนเสียส่วนใหญ่ ฉะนั้น ถ้าหากไม่ยึดเอาตามแผนของกรรมการชุดนี้จริง การปฏิรูปตำรวจก็พอกลับมาให้เห็นรำไรกันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ มีชัย ฤชุพันธุ์ บอกว่า ไม่เกรงใจใคร จะยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ก็ควรฟังประชาชน ว่าประชาชนต้องการอะไรจากการปฏิรูปตำรวจ สิ่งที่รบกวนใจกันมานานคือ ตำรวจตั้งด่านรีดไถ ตำรวจค้าสำนวน ตำรวจทรงอิทธิพล ตำรวจมาเฟีย ตำรวจโจร ตำรวจรับใช้นักการเมือง ตำรวจคุมบ่อนคุมซ่อง ตำรวจรับส่วยทางหลวง ฯลฯ หลายปีมานี้ ทุกครั้งที่มีการทำโพล เมื่อถามถึงตำรวจก็มักได้คำตอบติดลบในทุกด้าน การปฏิรูปตำรวจนั้นไม่ง่าย เพราะเป็นการรื้อวัฒนธรรมองค์กร และวัฒนธรรมในการทำงาน แต่การปฏิรูปโดยไม่เกรงใจตำรวจ ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

เดิมพันฟรี ทดลองเล่นฟรี 50
hhd | <动态当天时间> | อ่าน(430) | แสดงความคิดเห็น(795)
ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เอาไม่อยู่ ศูนย์ป้องกันอุบัติเหตุสงกรานต์เปิดตัวเลข 7 วันอันตรายวันแรก ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน น่าเบื่อสาเหตุเดิมๆ เมาขับ-ซิ่ง มอเตอร์ไซค์แว้นทางตรงตายมากสุด ส่วนด่าน คสชยึดรถเมาขับแล้ว 146 คัน นายกฯ สั่งอย่ามัวแต่นับศพ ให้เร่งรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยด้วย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 447 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 4049 ขับรถเร็ว ร้อยละ 2662 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 8196 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 6130, บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 3915, ถนนใน อบต/หมู่บ้าน ร้อยละ 3848 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 1601-2000 น ร้อยละ 2841 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 2840 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,031 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,413 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 678,566 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 128,260 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 35,582 ราย มอเตอร์ไซค์ ไม่ปลอดภัย 35,090 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ อำนาจเจริญ เลย นครศรีธรรมราช นครพนม บุรีรัมย์ ชลบุรี เพชรบูรณ์ (2 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 คน) นายวีระศักดิ์กล่าวต่อไปว่า วันนี้เป็นวันแรกของวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนบางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง และบางส่วนกลับถึงภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ โดยถนนสายหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอย่างเคร่งครัดเมาขับ-ซิ่งไม่สวมหมวกกันน็อก พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางหลัก สายรอง และเส้นทางโดยรอบสถานที่ท่องเที่ยว คุมเข้มการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง ทางลัด จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ กวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ โดยเฉพาะการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติด ตลอดจนเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว พื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ คุมเข้มสถานประกอบการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่รถของผู้เช่ารถทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศทุกครั้ง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศรับทราบ และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้กำชับให้จังหวัดบูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีเส้นทางหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ และมีการจราจรหนาแน่น ให้เร่งระบายรถเปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาในการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สนธิกำลังสนับสนุนการปฏิบัติงานในจุดตรวจ จุดบริการ และด่านชุมชน เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดการเรียกตรวจผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับรถในลักษณะเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว เพื่อป้องปรามไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ร่วมใช้เส้นทาง ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 เมย61 เป็นวันมหาสงกรานต์ ศปถจึงได้กำชับให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 ภายใต้กลไก ประชารัฐ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในการสัญจร โดยเฉพาะการดำเนินมาตรการ 1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมดำเนินมาตรการทางสังคม โดยกำหนดกติกาชุมชน ประชาคมหมู่บ้าน สำหรับเป็นข้อตกลงร่วมกันในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย รวมถึงจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยและปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทย ท้ายนี้ ฝากผู้ใช้รถใช้ถนนยึดการปฏิบัติตามหลัก 4 ห้าม 2 ต้อง 4 ห้าม ได้แก่ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ 2 ต้อง ได้แก่ ต้องสวมหมวกกันน็อก และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัยด่าน คสชยึดรถแล้ว 146 คัน พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวว่า วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ การเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างหนาแน่นในเส้นทางสายหลัก อาทิ ถนนมิตรภาพ, เพชรเกษม, พหลโยธิน ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชนตามจุดตรวจและจุดบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลัก ที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งประจำจังหวัด สถานีขนส่งใน กทม หมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย ซึ่งบางแห่งยังมีประชาชนรอการเดินทาง รอขึ้นรถในวันนี้อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกและได้เดินทางตามกำหนด สำหรับสถิติตามมาตรการ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ ในวันแรก 11 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 3,339 ราย แยกเป็น ในส่วนรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 1,864 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 105 คัน ยึดใบขับขี่ 356 ใบ และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 1,457 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 1,475 ครั้ง ยึดรถยนต์ 41 คัน เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 82 ใบ ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 1,259 คน ทั้งนี้ จากการประเมินสภาพการจราจรวันแรกของการเดินทางช่วงสงกรานต์นี้ พบว่า ประชาชนใช้เส้นทางได้อย่างคล่องตัว ความคับคั่งของยานพาหนะมีเป็นช่วงๆ ในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามแก้ปัญหาการจราจรที่ชะลอตัวหรือหยุดนิ่งเป็นเวลานานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมาะสม และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ใช้เส้นทางได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อให้การเดินทางมีความราบรื่นมากที่สุด พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับรายงานว่า ขณะนี้ถนนหลายสายเริ่มมีปริมาณรถคับคั่งแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางสายเหนือและสายอีสาน จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง วางแผนและจัดกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ นายกฯ กำชับว่าไม่ต้องการให้หน่วยงานต่างๆ รายงานแต่เพียงตัวเลขสถิติอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเท่านั้น แต่ควรเน้นรณรงค์ให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่เหมาะสมและขับขี่อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง เช่น เมาไม่ขับ สวมหมวกกันน็อก ไม่ขับรถเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยขอให้ประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย พลทสรรเสริญกล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลนั้น ได้พยายามกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอีกทางหนึ่ง ทั้งการตั้งจุดตรวจและจุดให้บริการประชาชน ซึ่งมีกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ การจำกัดความเร็วของรถตู้โดยสารไม่เกิน 90 กมต่อ ชม การควบคุมชั่วโมงการทำงานของผู้ขับขี่ การควบคุมพฤติกรรมไม่ให้ออกนอกเส้นทางผ่านระบบจีพีเอส การตรวจเช็กสภาพรถ และขอความร่วมมือไม่ให้ใช้รถบัสโดยสาร 2 ชั้น เป็นต้น สำหรับความปลอดภัยในแหล่งที่มีผู้โดยสายจำนวนมาก เช่น สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน หรือท่าเรือ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันเรื่องมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวปะปนกับประชาชน รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาตั๋วหรือเอาเปรียบประชาชน พร้อมอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ แก่ผู้เดินทางทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เช่น ให้บริการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ดูแลป้องกันเด็กพลัดหลง ฯลฯ โดยเน้นสร้างความประทับใจแก่ผู้รับบริการ【อ่านข้อความเต็ม】
lvn | <动态当天时间> | อ่าน(981) | แสดงความคิดเห็น(464)
( ข้าวแช่ อาหารคลายร้อนครบ 5 หมู่ ดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ)【อ่านข้อความเต็ม】
dnr | <动态当天时间> | อ่าน(857) | แสดงความคิดเห็น(296)
ธกสชงครมหลังสงกรานต์ลดต้นทุนเกษตรกร 3 ล้านราย 13 เมษายน พศ 2561 เวลา 09:39 น 【อ่านข้อความเต็ม】
6nx | <动态当天时间> | อ่าน(834) | แสดงความคิดเห็น(248)
ธกสชงครมหลังสงกรานต์ลดต้นทุนเกษตรกร 3 ล้านราย 13 เมษายน พศ 2561 เวลา 09:39 น 【อ่านข้อความเต็ม】
xb4 | <动态当天时间> | อ่าน(382) | แสดงความคิดเห็น(903)
ถ้ามองกว้างๆ ช่วงก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 อาจมีการปะทะหรือขัดแย้งกันบ้าง แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา ถ้าใช้คำแบบอาจารย์นิธิ (เอียวศรีวงศ์) ก็คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แผ่ขยายขึ้นเรื่อยๆ ถามว่าศักดิ์สิทธิ์อย่างไร ก็ศักดิ์สิทธิ์ในแง่ที่วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ แตะต้องไม่ได้ เพราะถูกทำให้เหนือคนธรรมดา ซึ่งตรงข้ามกับระบอบประชาธิปไตย ที่บอกว่าทุกคนมีความเสมอภาค มีสิทธิมีเสียงเท่ากัน【อ่านข้อความเต็ม】
tvh | 2021-03-28 | อ่าน(691) | แสดงความคิดเห็น(167)
สำหรับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ พยายามดัน เคน เต็มที่ ถึงกับขออุทธรณ์ต่อทางพรีเมียร์ลีกให้เปลี่ยนชื่อผู้ทำประตู จาก อีริคส์เซ่น เป็น เคน ขณะที่เจ้าตัว ก็ขอร้องขอความเห็นใจต่อทางพรีเมียร์ลีก ถึงขั้นสบถสาบานว่าเขาโดนบอลแน่นอนไม่เช่นนั้นขอให้ลูกสาวของเขามีอันเป็นไป สำหรับคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ตัดสินในเรื่องนี้ ตกลงยินยอมตามคำขอเพราะเห็นว่า เคน เป็นคนโดนบอลสุดท้าย แม้จะเป็นการเฉี่ยวโดนหัวไหล่ขณะโหม่งวืด ถึงอย่างไรก็มีคำถามตามมา เพราะปกติ หากบอลไม่ได้ถึงกับเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน เช่นจากซ้ายไปขวา คนยิงมักได้เครดิต มักไม่ใช่คนที่โดนบอลสุดท้าย【อ่านข้อความเต็ม】
d4n | 2021-03-28 | อ่าน(912) | แสดงความคิดเห็น(301)
ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจขอนแก่น เสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านพักในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หตุเกิดเมื่อวันที่ 3 พค 2556 ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย ดตวีระศักดิ์ ชำนาญพลจำเลยที่ 1 , พตทสมจิตร แก้วพรม อดีต รอง ผกก(ป)สภหนองเรือ จำเลยที่ 2 , นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3 ,นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 และนายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลยที่ 5 โดยที่ศาลอุทธรณ์ ภาค 4 ได้พิพากษาตัดสินประหารชีวิต จำเลยที่ 2 คือ พตทสมจิตร แก้วพรม ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 คนพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ซึ่ง คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกา【อ่านข้อความเต็ม】
lzn | 2021-03-28 | อ่าน(783) | แสดงความคิดเห็น(839)
ฝรั่งในไทยวิพากษ์ คสชคนบ้าอยู่ในอำนาจ ม112-พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เชื่อคนไทยต้องการเปลี่ยนแปลงแต่พูดไม่ได้! 12 เมษายน พศ 2561 เวลา 17:07 น 【อ่านข้อความเต็ม】
4jx | 2021-03-28 | อ่าน(937) | แสดงความคิดเห็น(357)
แหม ชาวบ้านก็ใจจดใจจ่อฟังอยู่นี่แหละ ยังไงรีบๆ เปิดตัวนะ ก่อนที่ประชาชนจะลำไยไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะเสียคะแนน อิอิ 0【อ่านข้อความเต็ม】
jl4 | 2021-03-27 | อ่าน(557) | แสดงความคิดเห็น(944)
ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เอาไม่อยู่ ศูนย์ป้องกันอุบัติเหตุสงกรานต์เปิดตัวเลข 7 วันอันตรายวันแรก ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน น่าเบื่อสาเหตุเดิมๆ เมาขับ-ซิ่ง มอเตอร์ไซค์แว้นทางตรงตายมากสุด ส่วนด่าน คสชยึดรถเมาขับแล้ว 146 คัน นายกฯ สั่งอย่ามัวแต่นับศพ ให้เร่งรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยด้วย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 447 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 4049 ขับรถเร็ว ร้อยละ 2662 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 8196 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 6130, บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 3915, ถนนใน อบต/หมู่บ้าน ร้อยละ 3848 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 1601-2000 น ร้อยละ 2841 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 2840 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,031 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,413 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 678,566 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 128,260 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 35,582 ราย มอเตอร์ไซค์ ไม่ปลอดภัย 35,090 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ อำนาจเจริญ เลย นครศรีธรรมราช นครพนม บุรีรัมย์ ชลบุรี เพชรบูรณ์ (2 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 คน) นายวีระศักดิ์กล่าวต่อไปว่า วันนี้เป็นวันแรกของวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนบางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง และบางส่วนกลับถึงภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ โดยถนนสายหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอย่างเคร่งครัดเมาขับ-ซิ่งไม่สวมหมวกกันน็อก พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางหลัก สายรอง และเส้นทางโดยรอบสถานที่ท่องเที่ยว คุมเข้มการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง ทางลัด จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ กวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ โดยเฉพาะการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติด ตลอดจนเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว พื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ คุมเข้มสถานประกอบการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่รถของผู้เช่ารถทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศทุกครั้ง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศรับทราบ และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้กำชับให้จังหวัดบูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีเส้นทางหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ และมีการจราจรหนาแน่น ให้เร่งระบายรถเปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาในการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สนธิกำลังสนับสนุนการปฏิบัติงานในจุดตรวจ จุดบริการ และด่านชุมชน เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดการเรียกตรวจผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับรถในลักษณะเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว เพื่อป้องปรามไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ร่วมใช้เส้นทาง ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 เมย61 เป็นวันมหาสงกรานต์ ศปถจึงได้กำชับให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 ภายใต้กลไก ประชารัฐ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในการสัญจร โดยเฉพาะการดำเนินมาตรการ 1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมดำเนินมาตรการทางสังคม โดยกำหนดกติกาชุมชน ประชาคมหมู่บ้าน สำหรับเป็นข้อตกลงร่วมกันในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย รวมถึงจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยและปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทย ท้ายนี้ ฝากผู้ใช้รถใช้ถนนยึดการปฏิบัติตามหลัก 4 ห้าม 2 ต้อง 4 ห้าม ได้แก่ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ 2 ต้อง ได้แก่ ต้องสวมหมวกกันน็อก และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัยด่าน คสชยึดรถแล้ว 146 คัน พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวว่า วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ การเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างหนาแน่นในเส้นทางสายหลัก อาทิ ถนนมิตรภาพ, เพชรเกษม, พหลโยธิน ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชนตามจุดตรวจและจุดบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลัก ที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งประจำจังหวัด สถานีขนส่งใน กทม หมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย ซึ่งบางแห่งยังมีประชาชนรอการเดินทาง รอขึ้นรถในวันนี้อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกและได้เดินทางตามกำหนด สำหรับสถิติตามมาตรการ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ ในวันแรก 11 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 3,339 ราย แยกเป็น ในส่วนรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 1,864 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 105 คัน ยึดใบขับขี่ 356 ใบ และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 1,457 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 1,475 ครั้ง ยึดรถยนต์ 41 คัน เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 82 ใบ ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 1,259 คน ทั้งนี้ จากการประเมินสภาพการจราจรวันแรกของการเดินทางช่วงสงกรานต์นี้ พบว่า ประชาชนใช้เส้นทางได้อย่างคล่องตัว ความคับคั่งของยานพาหนะมีเป็นช่วงๆ ในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามแก้ปัญหาการจราจรที่ชะลอตัวหรือหยุดนิ่งเป็นเวลานานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมาะสม และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ใช้เส้นทางได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อให้การเดินทางมีความราบรื่นมากที่สุด พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับรายงานว่า ขณะนี้ถนนหลายสายเริ่มมีปริมาณรถคับคั่งแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางสายเหนือและสายอีสาน จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง วางแผนและจัดกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ นายกฯ กำชับว่าไม่ต้องการให้หน่วยงานต่างๆ รายงานแต่เพียงตัวเลขสถิติอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเท่านั้น แต่ควรเน้นรณรงค์ให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่เหมาะสมและขับขี่อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง เช่น เมาไม่ขับ สวมหมวกกันน็อก ไม่ขับรถเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยขอให้ประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย พลทสรรเสริญกล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลนั้น ได้พยายามกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอีกทางหนึ่ง ทั้งการตั้งจุดตรวจและจุดให้บริการประชาชน ซึ่งมีกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ การจำกัดความเร็วของรถตู้โดยสารไม่เกิน 90 กมต่อ ชม การควบคุมชั่วโมงการทำงานของผู้ขับขี่ การควบคุมพฤติกรรมไม่ให้ออกนอกเส้นทางผ่านระบบจีพีเอส การตรวจเช็กสภาพรถ และขอความร่วมมือไม่ให้ใช้รถบัสโดยสาร 2 ชั้น เป็นต้น สำหรับความปลอดภัยในแหล่งที่มีผู้โดยสายจำนวนมาก เช่น สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน หรือท่าเรือ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันเรื่องมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวปะปนกับประชาชน รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาตั๋วหรือเอาเปรียบประชาชน พร้อมอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ แก่ผู้เดินทางทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เช่น ให้บริการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ดูแลป้องกันเด็กพลัดหลง ฯลฯ โดยเน้นสร้างความประทับใจแก่ผู้รับบริการ【อ่านข้อความเต็ม】
bph | 2021-03-27 | อ่าน(559) | แสดงความคิดเห็น(100)
นี่ก็เป็นลีลาพลิ้วๆ ที่อยากยกตัวอย่างให้ได้รู้จักนักการเมืองมากขึ้น 【อ่านข้อความเต็ม】
d55 | 2021-03-27 | อ่าน(386) | แสดงความคิดเห็น(270)
ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เอาไม่อยู่ ศูนย์ป้องกันอุบัติเหตุสงกรานต์เปิดตัวเลข 7 วันอันตรายวันแรก ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน น่าเบื่อสาเหตุเดิมๆ เมาขับ-ซิ่ง มอเตอร์ไซค์แว้นทางตรงตายมากสุด ส่วนด่าน คสชยึดรถเมาขับแล้ว 146 คัน นายกฯ สั่งอย่ามัวแต่นับศพ ให้เร่งรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยด้วย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 447 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 4049 ขับรถเร็ว ร้อยละ 2662 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 8196 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 6130, บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 3915, ถนนใน อบต/หมู่บ้าน ร้อยละ 3848 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 1601-2000 น ร้อยละ 2841 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 2840 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,031 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,413 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 678,566 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 128,260 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 35,582 ราย มอเตอร์ไซค์ ไม่ปลอดภัย 35,090 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ อำนาจเจริญ เลย นครศรีธรรมราช นครพนม บุรีรัมย์ ชลบุรี เพชรบูรณ์ (2 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 คน) นายวีระศักดิ์กล่าวต่อไปว่า วันนี้เป็นวันแรกของวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนบางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง และบางส่วนกลับถึงภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ โดยถนนสายหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอย่างเคร่งครัดเมาขับ-ซิ่งไม่สวมหมวกกันน็อก พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางหลัก สายรอง และเส้นทางโดยรอบสถานที่ท่องเที่ยว คุมเข้มการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง ทางลัด จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ กวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ โดยเฉพาะการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติด ตลอดจนเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว พื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ คุมเข้มสถานประกอบการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่รถของผู้เช่ารถทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศทุกครั้ง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศรับทราบ และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้กำชับให้จังหวัดบูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีเส้นทางหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ และมีการจราจรหนาแน่น ให้เร่งระบายรถเปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาในการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สนธิกำลังสนับสนุนการปฏิบัติงานในจุดตรวจ จุดบริการ และด่านชุมชน เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดการเรียกตรวจผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับรถในลักษณะเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว เพื่อป้องปรามไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ร่วมใช้เส้นทาง ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 เมย61 เป็นวันมหาสงกรานต์ ศปถจึงได้กำชับให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 ภายใต้กลไก ประชารัฐ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในการสัญจร โดยเฉพาะการดำเนินมาตรการ 1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมดำเนินมาตรการทางสังคม โดยกำหนดกติกาชุมชน ประชาคมหมู่บ้าน สำหรับเป็นข้อตกลงร่วมกันในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย รวมถึงจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยและปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทย ท้ายนี้ ฝากผู้ใช้รถใช้ถนนยึดการปฏิบัติตามหลัก 4 ห้าม 2 ต้อง 4 ห้าม ได้แก่ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ 2 ต้อง ได้แก่ ต้องสวมหมวกกันน็อก และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พศ2561 เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัยด่าน คสชยึดรถแล้ว 146 คัน พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวว่า วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ การเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างหนาแน่นในเส้นทางสายหลัก อาทิ ถนนมิตรภาพ, เพชรเกษม, พหลโยธิน ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชนตามจุดตรวจและจุดบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลัก ที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งประจำจังหวัด สถานีขนส่งใน กทม หมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย ซึ่งบางแห่งยังมีประชาชนรอการเดินทาง รอขึ้นรถในวันนี้อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกและได้เดินทางตามกำหนด สำหรับสถิติตามมาตรการ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ ในวันแรก 11 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 3,339 ราย แยกเป็น ในส่วนรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 1,864 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 105 คัน ยึดใบขับขี่ 356 ใบ และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 1,457 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 1,475 ครั้ง ยึดรถยนต์ 41 คัน เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 82 ใบ ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 1,259 คน ทั้งนี้ จากการประเมินสภาพการจราจรวันแรกของการเดินทางช่วงสงกรานต์นี้ พบว่า ประชาชนใช้เส้นทางได้อย่างคล่องตัว ความคับคั่งของยานพาหนะมีเป็นช่วงๆ ในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามแก้ปัญหาการจราจรที่ชะลอตัวหรือหยุดนิ่งเป็นเวลานานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมาะสม และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ใช้เส้นทางได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อให้การเดินทางมีความราบรื่นมากที่สุด พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับรายงานว่า ขณะนี้ถนนหลายสายเริ่มมีปริมาณรถคับคั่งแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางสายเหนือและสายอีสาน จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง วางแผนและจัดกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ นายกฯ กำชับว่าไม่ต้องการให้หน่วยงานต่างๆ รายงานแต่เพียงตัวเลขสถิติอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเท่านั้น แต่ควรเน้นรณรงค์ให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่เหมาะสมและขับขี่อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง เช่น เมาไม่ขับ สวมหมวกกันน็อก ไม่ขับรถเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยขอให้ประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย พลทสรรเสริญกล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลนั้น ได้พยายามกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอีกทางหนึ่ง ทั้งการตั้งจุดตรวจและจุดให้บริการประชาชน ซึ่งมีกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ การจำกัดความเร็วของรถตู้โดยสารไม่เกิน 90 กมต่อ ชม การควบคุมชั่วโมงการทำงานของผู้ขับขี่ การควบคุมพฤติกรรมไม่ให้ออกนอกเส้นทางผ่านระบบจีพีเอส การตรวจเช็กสภาพรถ และขอความร่วมมือไม่ให้ใช้รถบัสโดยสาร 2 ชั้น เป็นต้น สำหรับความปลอดภัยในแหล่งที่มีผู้โดยสายจำนวนมาก เช่น สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน หรือท่าเรือ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันเรื่องมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวปะปนกับประชาชน รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาตั๋วหรือเอาเปรียบประชาชน พร้อมอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ แก่ผู้เดินทางทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เช่น ให้บริการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ดูแลป้องกันเด็กพลัดหลง ฯลฯ โดยเน้นสร้างความประทับใจแก่ผู้รับบริการ【อ่านข้อความเต็ม】
xzl | 2021-03-27 | อ่าน(759) | แสดงความคิดเห็น(666)
ฮิวแมนไรต์วอตช์หัวดำ ชื่นชมลัทธิ 3 นิ้ว แขวะ บิ๊กตู่ เผด็จการกระจอก คุกคามเด็ก เป็นเรื่องใหญ่ เรียกแขก สถาบันสิทธิมนุษยชนทั่วทั้งโลก ช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้เกิดขึ้น ซัดนายกฯ ประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่เป็นเพียงสิทธิมนุษยชนลวงโลก ณัฐวุฒิ ให้เสรีภาพเสื้อแดงตั้งพรรค แต่ นปชค้าน เกรงเสียงแตก ขณะที่คนเสื้อแดงจริงๆ อยากตั้งพรรค ระบุอยู่เพื่อไทยถูกครอบงำ กรณีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 3 คนชูป้าย ชาวจุฬารักลุงตู่ (เผด็จการ) ต่อหน้า พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) หลังร่วมกิจกรรมที่จุฬาฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ต่อมานิสิตกลุ่มนี้อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่บุกถึงบ้าน และมีการสอบถามประวัติด้วยนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ได้เกิดปฏิกิริยาจากองค์กรด้านสิทธิเสรีภาพในทันที โดยเฉพาะนายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำประเทศไทย ได้ทวีตข้อความโจมตี พลอประยุทธ์ว่า เผด็จการกระจอก! คุกคามเด็ก! นายสุณัยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่งถึงเหตุการณ์นี้ด้วยว่า ยังคงสะท้อนถึงบรรยากาศภายใต้รัฐบาล คสช ที่มีการใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคุกคามคนเห็นต่างที่ออกมาวิจารณ์ระบอบทหารเป็นอย่างดี แม้ พลอประยุทธ์จะบอกปล่อยไป แต่ทุกครั้งจะมีปฏิกิริยาตรงกันข้ามตามมาทันทีต่อคนที่ออกมาวิจารณ์ พลอประยุทธ์ซึ่งหน้า ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ที่ใส่เสื้อสกรีนข้อความไม่เอารัฐประหาร ชู 3 นิ้ว ต่อต้านเจาะจงต่อหน้า พลอประยุทธ์ ก็ถูกเล่นงานดำเนินคดีจนถึงวันนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือความอยุติธรรมของระบอบคสช เขากล่าวว่า ท่าทีของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงต่อนิสิตกลุ่มนี้ มีความน่าเป็นห่วงมาก เราไม่ควรมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก สถาบันสิทธิมนุษยชนทั้งในไทยและต่างประเทศ ควรออกมาช่วยกันเรียกร้องความยุติธรรมให้เกิดขึ้น แม้ พลอประยุทธ์จะประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่ก็เป็นเพียงสิทธิมนุษยชนลวงโลก ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องตรงกันข้ามทั้งสิ้น การคุกคามคนเห็นต่างยังมีอย่างต่อเนื่อง มีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ล่าสุดคือกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่เรียกร้องตามโรดแมป แต่กลับถูกตั้งข้อหามาตรา 116 และนับวันก็ยิ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีมากขึ้นทุกที วันที่ 5 พฤษภาคม ที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะนัดชุมนุมใหญ่ จึงต้องช่วยกันจับตา นายสุณัยกล่าว นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และในฐานะอดีต ผอสำนักข่าวกรองฯ กล่าวประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ว่า จากรายงานของหน่วยงานด้านความมั่นคง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือกิจกรรมของพรรคการเมือง ขณะนี้ก็มีการดำเนินการตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้ให้แล้ว ซึ่งบางส่วนเขาก็กำลังทำอยู่ บางส่วนก็อยู่ระหว่างการเรียกร้องขอให้ยกเลิกในบางสิ่งบางอย่าง ก็เป็นเรื่องที่ คสชจะพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไปยังไม่มีสิ่งบอกเหตุความรุนแรง ในส่วนที่สองเป็นเรื่องของการเคลื่อนไหวที่มีการชุมนุม การรวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องของบางกลุ่ม ซึ่งช่วงนี้จะมีต่อเนื่อง มองว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในช่วงเวลาที่เป็นเรื่องของการเลือกตั้งและงานการเมืองในอนาคต ซึ่งเป็นลักษณะที่เป็นธรรมชาติ สิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงทำคือการติดตามเฝ้าดู การทำความเข้าใจ การยึดหลักกฎหมาย และมีวิธีการปฏิบัติเพื่อให้เดินต่อไปได้ เมื่อถามว่า มีอะไรน่าเป็นห่วงที่จะทำให้การเมืองสะดุดหรือไม่ นายสุวพันธุ์ตอบว่า รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปให้ได้ ก็จะดูไปตามช่วงของเวลาว่าเหตุการณ์สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร หน้าที่ของรัฐบาลคือการทำให้ไปถึงเป้าหมายหรือตามโรดแมปกำหนด ถามว่า แนวโน้มเหตุการณ์หรือสถานการณ์อาจจะมีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตอบว่า เท่าที่ดูรายงานยังไม่มีสิ่งบอกเหตุที่จะไปถึงขั้นนั้น และเท่าที่ทราบ ฝ่ายความมั่นคงก็จะดูแลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้เกิดความสงบเรียบร้อยราบรื่น ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในชั้นสูงสุด และหลังจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็คงจะได้มีการประเมินกันอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะมีการยกระดับการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น โดยมีข้ออ้างครบ 4 ปีของการรัฐประหาร นายสุวพันธุ์ ระบุว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งในภาพรวมมั่นใจว่าจะดูแลสถานการณ์ให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้ ซักว่าประเมินกลุ่มเคลื่อนไหวจะเป็นคนกลุ่มเดิม หรือกลุ่มนิสิตนักศึกษา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตอบว่า คงต้องดูว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีใครบ้าง จำนวนคนที่มาร่วมมีเท่าไหร่ ทั้งนี้ ตนไม่ได้ร่วมประเมินสถานการณ์กับฝ่ายความมั่นคง จึงไม่สามารถพูดอะไรได้ ในฐานะอดีต ผอสำนักข่าวกรองฯ มองว่าวันนี้ ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุที่จะก่อให้เกิดความผิดปกติหรือทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้ ที่สำคัญรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยและเดินไปตามโรดแมป ก็ต้องดูแลในเรื่องดังกล่าวอย่างดี จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง นายสุวพันธุ์กล่าว วันเดียวกันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ 101 องศาข่าว ถึงกรณีที่นายสกลธี ภัททิยกุล อดีต สสกรุงเทพฯ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่านายสกลธีมาพบตนเมื่อวันที่ 10 เมยที่ผ่านมา บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี โดยนายสกลธีเล่าให้ฟังว่า ได้รับการทาบทามจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) และกรุงเทพมหานคร (กทม) ให้ไปทำงานเป็นรองผู้ว่าฯ กทมดีใจคนหนุ่มไฟแรงออก ซึ่งนายสกลธีตัดสินใจว่าอยากจะไป ซึ่งถือเป็นสิทธิของเขาที่ได้เลือกแล้ว และเป็นเส้นทางที่เขาได้เลือก ขณะที่ตนบอกว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ เขาคงจะต้องลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการที่ลาออกนี้เพื่อจะได้ให้ทำงานอยู่ตรงนั้นมีความเป็นกลาง ส่วนต่อไปวันข้างหน้าจะไปอยู่กับพรรคไหน อย่างไรนั้น เป็นสิทธิ์ของเขา ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องเดินหน้าหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สสลงเขตหลักสี่แทนนายสกลธี คงไม่มีปัญหาอะไร ผมไม่ทราบว่าหลังจากนั้นเขาจะตัดสินใจอย่างไร หรือมีข้อตกลงอะไร ทุกคนต้องเลือกเส้นทางของตัวเอง แล้วในส่วนของพรรค ผมว่าเราเดินต่อได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผู้สมัครเขตหลักสี่ ผมคิดว่ามีหลายคนสนใจอยู่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่จะมีคนหนุ่มไฟแรง มีความสามารถ และรู้ปัญหาของชาว กทม เพราะเคยทำหน้าที่ สสกทมมาก่อน เข้าไปช่วย พลตออัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทมแก้ไขปัญหา ให้ทำงานในเวลาที่เหลืออยู่เป็นผลสำเร็จ ให้ชาว กทมมีความสุขที่สุด ทั้งนี้ ความเป็นสถาบันยาวนานของพรรคประชาธิปัตย์กว่า 72 ปี เราสร้างนักการเมืองมาหลายรุ่น ตั้งแต่อดีต และจะทำต่อไปในอนาคต เรามีทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่สมัครใจพร้อมจะทำงานเพื่อประชาชนในทุกภาคของประเทศ ซึ่งเป็นความปรารถนาของพรรคที่อยากมีนักการเมืองที่มือสะอาด รู้ใจ รู้ปัญหาประชาชน และตอบโจทย์ประชาชน แก้ปัญหาประชาชนได้ทันใจ นายจุติมั่นใจว่า นายสกลธีทำหน้าที่นี้ได้ดี ใครคิดอยากทำงานเพื่อประเทศ ก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ สร้างประเทศไทยให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ เป็นสังคมที่มีความสุข มีความเท่าเทียม มีความเป็นธรรมและเอื้ออารีต่อกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช เปิดเผยว่า ขณะนี้แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรค เป็นอดีต สส และเป็นอดีตผู้สมัคร สสของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ในการพูดคุยกันนอกรอบนั้น แกนนำนปชได้ให้เสรีภาพกับแกนนำ นปชทุกคนที่จะตัดสินใจว่าจะเป็นสมาชิกพรรคใดหรือไม่ หรือเป็นผู้สมัครสสของพรรคใดหรือไม่ แต่หลักการคือบทบาทของพรรคการเมืองที่แกนนำ นปชจะเข้าไปร่วมนั้น จะต้องยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และไม่ตอบสนองต่อวิถีเผด็จการใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม หลายคนได้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้วเมื่อวันที่ 4 เมยที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นแนวร่วมสำคัญกับกลุ่ม นปชอยู่แล้วพรรคเสื้อแดง เขายังกล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองของคนเสื้อแดงด้วยว่า คนเสื้อแดงผ่านการต่อสู้ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่มีแนวคิดว่าอยากจะขับเคลื่อนในระดับนโยบาย ดังนั้นการตั้งพรรคการเมืองจึงอาจจะมีขึ้นได้สำหรับคนบางกลุ่ม ตรงนี้เราถือเป็นเสรีภาพ แต่สำหรับแกนนำ นปชนั้น ยังไม่มีแนวคิดที่จะตั้งพรรคการเมือง ส่วนกระแสข่าวแกนนำ นปชเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ประเทศจีนนั้น นายณัฐวุฒิยืนยันว่า แกนนำ นปชไม่มีใครเดินทางไปพบกับนายทักษิณในช่วงนี้ ส่วนแกนนำเสื้อแดงคนอื่นๆ จะมีการเดินทางไปพบนายทักษิณหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่สำหรับแกนนำ นปชยังไม่มีใครเดินทางไป นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช เปิดเผยว่า แกนนำ นปชไม่จัดตั้งพรรคการเมือง แต่ถ้าจะมีสมาชิกคนใดไปสังกัดพรรคการเมือง ถือว่าเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล ทางกลุ่มห้ามไม่ได้ โดยหลักการของ นปชคือไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอก แต่จะสนับสนุนประชาธิปไตย นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกพรรคเพื่อไทย และผู้อำนวยการโรงเรียน นปชแดงทั้งแผ่นดิน กล่าวว่า แกนนำหลัก นปชไม่มีแนวคิดตั้งพรรคการเมือง เรายังเห็นว่าควรมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้ทำการเมืองให้ได้เสียงมากขึ้น ให้มีเอกภาพมากขึ้นน่าจะดีกว่า และเมื่อย้อนดูการทำพรรคการเมืองของกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวในอดีต เช่น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อมาทำพรรคก็ไม่ประสบความสำเร็จ หรือแม้แต่กลุ่ม กปปส หากจะมาทำพรรค คงยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะไปใกล้เคียงกับแนวทางพรรคหลักคือพรรคประชาธิปัตย์ การจะไปดึงคะแนนเสียงออกมาคงเป็นเรื่องยาก สมาชิกส่วนใหญ่ยังอยู่กับพรรคหลักคือพรรคเพื่อไทย ที่ยังยืนหยัดต่อสู้ทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย สู้เราไปพัฒนาแนวทางประชาธิปไตยให้แข็งแรงดีกว่า นายนิสิตกล่าวว่า ที่ผ่านมามีคนพยายามเดินเรื่องพรรคเสื้อแดง เป็นบุคคลที่ไม่มีชื่อเสียงมากนักในระดับพื้นที่ ท้องถิ่น การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เคยส่งผู้สมัครของพรรครับเลือกตั้ง แต่สุดท้ายไม่ได้ทั้ง สสเขต สสปาร์ตี้ลิสต์ ถ้าคนเสื้อแดงตั้งพรรคจะเป็นการไปดึงคะแนนเสียงเพื่อไทยนั้น คิดว่าในระยะต้นคงดึงไปยาก ฐานมวลชนยังสนับสนุนกับพรรคหลัก แต่ยอมรับว่ามีแนวร่วมเสื้อแดงบางส่วนพยายามเดินเรื่องนี้ พยายามที่จะทำพรรค แต่ไม่มีคนสนับสนุน นายนิสิตกล่าวเสื้อแดงอยากตั้งพรรค ขณะที่นายสิระ พิมพ์กลาง แกนนำคนเสื้อแดง สกลนคร ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าตั้งพรรคได้ก็ดี คะแนนจะได้กระจายออกไป หากไม่ตั้ง พรรคอนาคตใหม่จะแย่งฐานคะแนนตรงนี้ที่แนวร่วมเสื้อแดงบางส่วนจะเทไปให้ แต่ถ้าตั้งจะเป็นการดึงคะแนนตรงนี้กลับมา อย่างไรก็ดี การตั้งพรรคต้องใช้ทุนพอสมควร ไม่แน่ใจว่าจะไปหาทุนกันจากที่ไหน เพราะตอนนี้ทุกคนก็ลำบากกันหมด แค่ตั้งต้นยังไม่ต้องทำอะไรเลย เรื่องสติกเกอร์ เรื่องป้าย เรื่องบัตรแนะนำตัว ต่างต้องใช้ทุนทั้งนั้น ในส่วนของนโยบายต้องแยกออกจากพรรคเพื่อไทยให้ชัด ตรงนี้จะเป็นการดึงคะแนนจากเสื้อแดงที่มีอุดมการณ์มาได้ เวลาไปเดินขบวน ไม่ใช่ว่าเสื้อแดงทั้งหมดจะอยู่กับพรรคเพื่อไทย กับ สสบางคนไม่กินเส้นกันก็มี เขากล่าวว่า เรื่องนโยบายก็ต้องมาวาง จะทำอย่างไรให้ทหารเป็นทหาร กระบวนการยุติธรรมไม่ให้ถูกแทรกแซง ให้เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย ส่วนตัวผม หากมีการตั้งพรรค มีการชักชวนไป ก็จะไปอยู่ด้วยแน่นอน ไปไหนไปกัน เพราะสู้กันมาด้วยกัน อยากให้ตั้งพรรคเสื้อแดง จะได้คนรุ่นใหม่ พวกมีอุดมการณ์จะได้สร้างประชาธิปไตยแบบใหม่ เพื่อทำให้ดีกว่าเดิม หากยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ก็ยังวนอยู่กับการเมืองแบบเก่า ไม่หลากหลาย ถ้าแยกออกมาก็ดี จะได้มีความเป็นอิสระทางความคิด เมื่อถามว่า หากคนเสื้อแดงแยกมาทำพรรคจริง คิดว่าจะมี สสเสื้อแดงในพรรคเพื่อไทยออกมาอยู่กับพรรคเสื้อแดงกันหลายคนหรือไม่ นายสิระกล่าวว่า คงไม่มี เขาคงอยู่กับพรรคต่อไป หรือถ้ามีคงมีไม่กี่คน เพราะส่วนใหญ่จะอิงไปกับสายทางพรรคแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องดึง สสเพื่อไทยเสื้อแดงออกมา ควรไปมุ่งหาเสื้อแดงในพื้นที่ที่มีอุดมการณ์ เป็นคนรุ่นใหม่ ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งน่าจะดีกว่า แกนนำเสื้อแดงก็ต้องเห็นใจมวลชนเสื้อแดงที่ออกมาสู้เพื่อประชาธิปไตย เราก็อยากได้รัฐธรรมนูญ การปกครองที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ถ้ายังอยู่กับเพื่อไทย คงถูกครอบงำจาก สสเก่าๆ แก่ๆ ไม่มีโอกาสที่เสื้อแดงที่มีอุดมการณ์ได้แสดงความคิดเห็นได้แสดงออก นายสิระกล่าว ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช) และผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า หลังจากพรรคประชาชนปฏิรูปได้จัดประชุมเลือกว่าหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค คำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคไปเมื่อวันที่ 7 เมย61 ที่ผ่านมา ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารต่างๆ ให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด ก่อนที่จะไปยื่นคำขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคกับทาง กกตในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูประบุว่า พรรคประชาชนปฏิรูปมีแนวทางชัดเจนว่าจะเป็นเครื่องมือของประชาชน เป็นพรรคที่เป็นองค์กรสาธารณะระดับชาติ ช่วยเหลือประชาชน เพิ่มอำนาจให้ประชาชน โดยให้มีสภาประชาชนปฏิรูปประจำจังหวัดทุกจังหวัด15 พรรคยื่นคำขอ พตอจรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณารับรองคำขอจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ของกลุ่มการเมืองต่างๆ ว่า ขณะนี้ทางสำนักงาน กกตอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติของกลุ่มการเมืองที่ยื่นคำขอเข้ามา เบื้องต้นมีจำนวน 15 พรรคการเมือง ผมได้ลงนามและออกหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พก7/2) ประกอบด้วย พรรคพลังชาติไทย พรรคเครือข่ายประชาชนไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคกรีน พรรคประชานิยม พรรคพลังสยาม พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคสังคมประชาธิปไตยประชาชน พรรคประชาชาติ พรรคพลังพลเมืองไทย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภาคีเครือข่ายไทย พตอจรุงวิทย์กล่าว พตอจรุงวิทย์กล่าวว่า เข้าใจหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีอีกหลายพรรคที่จะได้รับหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พก7/2) ส่วนที่มีบางกลุ่มการเมืองออกมาเรียกร้องให้เร่งดำเนินการออกใบแบบ พก7/2 นั้น ขอชี้แจงว่า กกตพยายามเร่งดำเนินการตรวจสอบอยู่ เพียงแต่ว่าข้อมูลบางอย่างจำเป็นต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย แต่ก็ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เขากล่าวว่า การขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ของพรรคการเมืองนั้น ขณะนี้ กกตได้ส่งหนังสือไปให้ คสชพิจารณาแล้ว จำนวน 30 กลุ่ม และได้รับอนุญาต จำนวน 9 กลุ่ม อย่างไรก็ตาม อยากเน้นย้ำให้กลุ่มการเมืองที่จะยื่นเอกสารขออนุญาต คสช ระบุข้อมูลต่างๆให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นวัน เวลา และสถานที่จัดประชุม โดยเฉพาะสถานที่จัดประชุม ซึ่งมีความสำคัญ พลอฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช มีท่าทีไม่ปฏิเสธเล่นการเมืองว่า ไม่ทราบ และไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าว เมื่อถามว่า พลอประยุทธ์ระบุทราบว่ามีการพูดคุยกันถึงการตั้งพรรค รองนายกฯ ตอบว่า ตนไม่ทราบและไม่ได้อยู่ในวงดังกล่าว แค่ทำงานแก้ปัญหาไอยูยู แก้ปัญหาบริหารจัดการน้ำก็หมดเวลาแล้ว ซักว่าหากมีการชวนไปเข้าร่วม จะเข้าร่วมหรือไม่ พลอฉัตรชัยตอบว่า ไม่มีความเห็น เวลานั่งคุยกับพลอประยุทธ์ ท่านไม่เคยพูดเรื่องดังกล่าวกับตน อาจจะคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหรือใครหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่ยืนยันตนไม่ได้อยู่ในวง เมื่อถามย้ำว่า ถ้า พลอประยุทธ์เล่นการเมืองพร้อมจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่หรือไม่ พลอฉัตรชัย ตอบว่า ตนเป็นเพื่อนท่าน และทำงานร่วมกันมานาน ยืนยันพร้อมสนับสนุน พลอประยุทธ์เต็มที่ แต่การสนับสนุนทำได้หลายรูปแบบ ถามว่า เห็นด้วยกับการมีพรรคการเมืองสานต่อนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ผมคิดว่าการวางแนวทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ใครจะมาเป็นรัฐบาลต่อไป ถ้าทำต่อจะดีเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ได้ ถ้ามาแล้วทำต่อจะเป็นเรื่องดี อยากเห็นความต่อเนื่องในการทำงาน 【อ่านข้อความเต็ม】
h5z | 2021-03-26 | อ่าน(750) | แสดงความคิดเห็น(987)
มีชัย ลั่นปฏิรูปตำรวจรอบนี้ไม่เกรงใจใคร ยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก พิจารณาจากแก่นปัญหาอย่างแท้จริง ชี้ชุด บุญสร้าง เกรงใจตำรวจ จึงต้องปรับปรุงใหม่ ด้าน มานิจ เผยส่งแผนไปแล้ว รัฐบาลจะทำอะไรก็เรื่องของเขา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) ตำรวจแห่งชาติ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม) เห็นชอบ กล่าวถึงแผนปฏิรูปตำรวจของคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ที่มี พลอบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานว่า การทำแผนปฏิรูปดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ ตนยังไม่เห็น แต่ได้ยินเขาบอกว่ายังไม่ใช่ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่เพื่อพิจารณาอีกครั้ง โดยจะประชุมนัดแรกหลังสงกรานต์ ในช่วงเย็น และจะใช้สถานที่การประชุมคือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดที่ตั้งขึ้นมาใหม่ สามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาในแผนปฏิรูปชุด พลอบุญสร้างได้หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ทำได้ และไม่จำเป็นต้องยึดแผนปฏิรูปดังกล่าว เพราะสามารถพูดคุยกันได้หากสิ่งที่ทำมาเป็นเรื่องดี ชุดปฏิรูปตำรวจที่ผ่านมายังมีความเกรงใจตำรวจอยู่ จึงจะต้องปรับแก้ไขใหม่ และมั่นใจว่าคณะกรรมการชุดผมจะพิจารณาจากแก่นปัญหาอย่างแท้จริง โดยไม่เกรงใจใคร และจะยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญในการปฏิรูป 2 เรื่องคือ การศึกษาและตำรวจ นายมีชัยกล่าว ถามว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ปฏิรูปตำรวจภายใน 1 ปี หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว การแต่งตั้งโยกย้ายต้องยึดหลักอาวุโส ซึ่งขณะนี้ครบ 1 ปีแล้ว ดังนั้นต้องใช้ระบบอาวุโสหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ใช่ ถือว่าเข้าเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว หากการแต่งตั้งไม่ใช่เกณฑ์นี้ สามารถฟ้องร้องได้เลย ทั้งนี้ คาดว่ากฎหมายปฏิรูปตำรวจที่จะทำไม่ทันกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในเดือนตุลาคม ฉะนั้นหลักการแต่งตั้งตำรวจจะต้องยึดลำดับอาวุโสตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด นายมานิจ สุขสมจิตร อดีตกรรมการปฏิรูปตำรวจ กล่าวว่า ที่นายมีชัยระบุเขาต้องการปรับปรุงให้มีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และให้ดีขึ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ส่วนที่มองว่าแผนปฏิรูปตำรวจยังขาดเรื่องความเด็ดขาด เกรงใจตำรวจ จะไม่สามารถแก้ปัญหาใน สตชได้นั้น เรื่องนี้ตนว่าอยู่ที่มุมมองของแต่ละบุคคล ว่าสิ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจทำไปมีความครอบคลุมและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เขากล่าวว่า บางเรื่องนั้นเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเรา เช่น ให้อัยการเข้ามาในเรื่องการสอบสวน ซึ่งเกินอำนาจหน้าที่ แต่ว่ามันอยู่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ที่จะเป็นคนดูแล ส่วนนายมีชัยก็มีอำนาจในการที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ หลังจากเราได้ส่งเรื่องให้รัฐบาลไปแล้ว รัฐบาลจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา เรายินดีหากแก้แล้วดีขึ้น ผมมองประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม ได้รับความเสมอภาค ทำให้ตำรวจมีความสะดวกสบายในการทำงาน ไม่ต้องถูกกดดันมาก ก็เป็นเรื่องที่ดี อดีตกรรมการปฏิรูปตำรวจระบุ【อ่านข้อความเต็ม】
fxt | 2021-03-26 | อ่าน(507) | แสดงความคิดเห็น(935)
สศค เร่งผลักดันกฎหมายการเงินสำคัญ 5-6 ฉบับ หวังเป็นเครื่องมือช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโตอย่างมีเสถียรภาพ ชู กฎหมายคุมเทรดคริปโตเคอเรนซี มีผลบังคับใช้เร็ว ๆ นี้ พร้อมลุ้น กลต ออกกฎหมายลูกออกมารองรับ【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-05-10

ทดลองใช้ฟรี บาคาร่าวันละ 50| วิธีเล่นบาคาร่า sbobe| เงินฟรี ลุ้นของรางวัลจากเกมส์สล็อตออนไลน| เข้า sbobetstep ไม่ ได| เงินฟรี สูตร บา คา ร่า 8| โปรโมชั่น ตู้สล็อต ราค| เงินฟรี เครื่องเล่นในคาสิโ| ลงทะเบียนฟรี ลุ้นรางวัลแจ็คพอ| บัญชีเครื่องสล็อต pt p| เงินฟรี สร้างกำไรจากการเล่นสล็อ| เงินฟรี casino onlin| โปรโมชั่น เล่นคาสิโน sbobe| การลงทะเบียนประมงเพื่อส่งเงินสด 50 หยว| โปรโมชั่น บาคาร่าจริ| เว็บคาสิโนหลัก| เว็บไซต์คะแนนฟุตบอล Crow| ส่งเงินบาทไทย ฝากขั้นต่ำ 50 บา| ทดลองใช้ฟรี แจกเครดิตฟรี 201| เงินฟรี แจกเครดิตฟรี 1000 ไม่ต้องฝา| เดิมพันฟรี เล่นสล็อตออนไลน์แจกโบนัสฟร| ส่งเงินบาทไทย ฝากขั้นต่ำ 50 บา| ฟรีเครดิตทดลองเล่น สล็อ| ส่งเงินบาทไทย โหลดบาคาร่าออนไลน| เดิมพันฟรี บาคาร่าพารว| ส่งเงินบาทไทย เกมออนไลน์ หาเงินได้ 201| เดิมพันฟรี แจกเครดิตให้คนเล่นบอลออนไลน| เดิมพันฟรี สล็อตเกมส| ลงทะเบียนฟรี แจ็คพอตสล็อตออนไลน| เดิมพันฟรี คา สิ โน แจก โบนั| การลงทะเบียนเครื่องสล็อตเพื่อส่งประสบการณ์ทอง 58 ครั้| ส่งเงินบาทไทย สล็อต3แถ| บาคาร่า gclub 00| โปรโมชั่น ทดลองเล่นสล็อตปลาทอ| ทดลองใช้ฟรี โปร โม ชั่ น พนัน ออนไลน| เกม Weide International Slots Realit| ส่งเงินบาทไทย เกมส์ฟาร์ม ได้เงินจริ| เดิมพันฟรี หวย 188be| โปรโมชั่น พา เล่น บา คารา คอ| ทดลองใช้ฟรี 668 สล็อ| 777 สล็อตแมชชีนเครือข่ายพระราชวั| เงินฟรี เล่นคาสิโนยังไงให้ได้เงิ| เงินฟรี เกมยิงปลาสุดยอดเกมทำเงินอันดับ | เงินฟรี เกมยิงปลาสุดยอดเกมทำเงินอันดับ | เดิมพันฟรี แจกฟรีเครดิตSCR88| ลงทะเบียนฟรี เล่น สล็อต ออนไลน์ บน มือ ถื| เดิมพันฟรี เว็บคาสิโนหลัก| เดิมพันฟรี เล่นเกมได้เงิน 2019 panti| ส่งเงินบาทไทย สล็อตออนไลน์คลาสสิ| ทดลองใช้ฟรี กฎ นักพนั| เงินฟรี สูตรเล่นสล็อตผ่านเว็บไซต| คาสิโนสล็อต P| โปรโมชั่น การพนันออนไลน์ ได้เงินจริ| ส่งเงินบาทไทย แชทส| เดิมพันฟรี สล็อตออนไลน์88| ทดลองใช้ฟรี เล่น ให้ ชนะ คา สิ โ| สล็อตฟาโ| ส่งเงินบาทไทย โปร สล็อ| เงินฟรี เกมส์slot machine ฟร| ทดลองใช้ฟรี เล่น ให้ ชนะ คา สิ โ| เดิมพันฟรี สล็อตฟรีเครดิต10| ทดลองใช้ฟรี รหัส ลอง เล่น scr88| ทดลองใช้ฟรี คาสิโนปอยเปต ออนไลน| เงินฟรี วิธีเล่นบาคาร่| โบนัสจากหน้าจอ Wynn Slot Machine เต็มรูปแบ| เงินฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้| มหาสมุทรโลกสล็อตแมชชี| เงินฟรี แจก ยูสเซอร์ พร้อม เครดิต ฟรี 201| โปรโมชั่น แจกยูสเซอร์สำหรับแทงสล็อ| ทดลองใช้ฟรี เครดิตฟรี100ถอนได้256| ทดลองใช้ฟรี เกมส์ออนไลน์ต่าง| โปรโมชั่น บาคาร่า88| ตกปลาเกมการพนั| เดิมพันฟรี ไวล| แพลตฟอร์มเครื่องสล็อต Leton| ทดลองใช้ฟรี วิธีรับโบนัส w8| ลงทะเบียนฟรี แอพพลิเคชั่นเกมยิงปล| เงินฟรี วิดีโอสล็อตออนไลน| เดิมพันฟรี gclub มือ ถือ ทดลอง เล่| ทดลองใช้ฟรี วิธี สุ่ม แจ๊ ค พอ ต สล็อตscr88| ทดลองใช้ฟรี สล็อตscr88| เดิมพันฟรี บา คา ร่า วัน ละ 50| ลงทะเบียนฟรี บาคาร่า gclu| วิเคราะห์บอล888| ทดลองใช้ฟรี m88 ปิดหน| โปร สล็อ|